อาร์เอฟไอดี (RFID) และประโยชน์ภาพใหญ่ – ภาคหนึ่ง

ละเราก็ยังสงสัยอยู่ว่าอาร์เอฟไอดี (RFID) จะทำประโยชน์อะไรให้เราได้บ้าง ขอแบบจับต้องได้นิดนึง … ตามนี้ครับ

ขอเริ่มต้นแบบนี้ดีกว่า … เราสามารถแบ่งประโยชน์ตรงนี้ออกได้สองด้านใหญ่ๆครับคือหนึ่งลดอะไรบางอย่าง และสองปรับปรุงอะไรบางอย่าง

ลดการพึ่งพาแรงงานคน

จะมีอะไรชัดเจนกว่านี้อีกมั้ย? เพราะอาร์เอฟไอดี (RFID) ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความรวดเร็วแม่นยำและถูกต้อง ดังนั้นจากแต่เดิมที่ต้องจ้างคนมานั่งนับสินค้า ดีขึ้นมาหน่อยก็แจกปืนยิงบาร์โค๊ดให้คนละกระบอก ด้วยพนักงานหนึ่งคนสินค้า 1,000 ชิ้นอาจจะต้องใช้เวลานับและยิงกันเป็นชั่วโมง อาร์เอฟไอดี (RFID) จัดการให้ได้ภายใน 5 นาที … ลองดูกรณีศึกษาจากวิดีโอนี้ครับ

ไม่เพียงแค่ความรวดเร็ว แต่ความแม่นยำถูกต้องก็ดีกว่ากันเห็นๆ ด้วยการใช้คนในการนับและยิงบาร์โค๊ด อัตราความถูกต้องจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60–65 แต่กับอาร์เอฟไอดี (RFID) เราคาดหวังความถูกต้องได้ที่ร้อยละ 95–99 เลยทีเดียว

ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการสูญหายของสินค้า

เพราะจากเดิมการนับสินค้าที่อยู่ในร้านหรือคลังสินค้านั้นเป็นงานช้าง ต้องลงทุนแรงงานเยอะ ต้องลงทุนค่าใช้จ่ายมาก อย่างดีเราก็นับสต๊อกกันได้ปีละ 2–3 ครั้ง เมื่อตรวจสอบน้อยโอกาสการสูญหายก็มีมากตามไปด้วย

แต่อาร์เอฟไอดี (RFID) ช่วยเรื่องนี้ได้อย่างดีเยี่ยมครับ เพราะการนับสต๊อกเกิดขึ้นได้บ่อยเท่าที่ต้องการมันจึงเป็นการลดโอกาสที่จะมีพนักงานคนไหนใจกล้าหยิบสินค้าติดไม้ติดมือกลับบ้านไป อาร์เอฟไอดี (RFID) สามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือติดตามสินค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราเห็นสินค้าชิ้นนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร ที่ไหน และในช่วงเวลานั้นมีพนักงานคนไหนทำหน้าที่อยู่บ้าง การตรวจสอบการสูญหายของสินค้าจึงทำได้อย่างละเอียดในระดับที่ไม่ (น่าจะ) มีใครกล้าขโมยกันเลยทีเดียว

ลดปัญหาสินค้าขาดสต๊อก

เหตุการณ์ที่ร้านค้ากลัวที่สุดคือเมื่อผู้ซื้อเดินเข้ามาด้วยความตั้งใจอยากจับจ่ายแต่ไม่มีของให้เค้าซื้อ เสื้อไซส์เอ็มหมด, หรือรองเท้าเบอร์ 39 ขาดสต๊อก … เมื่อเป็นแบบนี้สิ่งที่จะตามมาคือลูกค้าก็เดินออกจากร้านไปและไปใช้จ่ายอย่างมันมือกับคู่แข่งของเรา ไม่ใช่แค่ขาดรายได้จากรองเท้าคู่ละ 3,000 บาทแต่กลับกลายเป็นยื่นโอกาสให้คู่แข่งของเราได้เงินจากลูกค้าคนนี้ไปอย่างสบายๆ

ความสูญเสียที่เกิดจากปัญหาสินค้าขาดสต๊อกนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากครับ และไม่มีเทคโนโลยีไหนที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีไปกว่าอาร์เอฟไอดี (RFID) เพราะถ้าเมื่อเรารู้ทุกความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกประเภททุกชิ้น เราจะสามารถนำข้อมูลนั้นมาประมวลผลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล เช่น

นี่เริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว สินค้าที่เป็นคอลเล็กชั่นใหม่ต้องรีบออกมาวางตลาด — เสร็จ

ผ่านไปสามวัน เสื้อแจ็คเก็ตผ้าร่มสีน้ำเงินของผู้ชายขายดีมากเลย ตอนนี้สินค้าตัวนี้ที่สาขาสยามพารากอนเหลือแค่ 45% ของสต๊อกที่ตั้งไว้ เราต้องรีบจัดการเติมสินค้าไว้ให้เต็มตามเดิมแล้ว — เสร็จ

ผ่านไปอีกสามวัน อืมม มันยังขายดีมากๆเลยนะ แต่ลองดูในรายละเอียดลึกเราจะเห็นว่าไซส์แอลนี่แหละที่เป็นพระเอกเลย เติมสต๊อกวันพรุ่งนี้เราต้องเพิ่มจำนวนไซส์แอลมากขึ้นแล้วลดไซส์เอสลงแล้วหละ — เสร็จ

ลดความสูญเสียที่เกิดจากสินค้าหมดอายุ

สินค้าหมดอายุได้ด้วยหลายความหมายครับ เช่น หมดอายุทางด้ายกายภาพ อาหารกินไม่ได้ ยาที่หมดอายุ เครื่องสำอางค์ที่เก็บไว้นานจนเสื่อมสภาพ ประเภทที่สองคือหมดอายุทางสังคม (ฮ่าๆ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร) เสื้อผ้าที่เอ้าท์ไปแล้ว รองเท้าที่ไม่เข้าเทรนด์ หรือโทรศัพท์มือถือที่ตกยุค

ทั้งสองประเภทสร้างความสูญเสียให้กับเจ้าของสินค้าเป็นอย่างมากในแต่ละปี อาหาร ยา และเครื่องสำอางค์ต้องถูกทิ้งทำลาย ส่วนเสื้อผ้า รองเท้าหรืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์ต้องถูกเอามาเลหลังขายในราคาถูก ทำให้ขาดทุนกำไร

อาร์เอฟไอดี (RFID) จะช่วยเราลดความสูญเสียตรงนี้ได้ด้วยการจัดการสต๊อกและคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เรารู้ว่าเรามีสินค้าล๊อตไหนอยู่บ้าง สินค้าแต่ละชิ้นผลิตวันไหนและจะหมดอายุเมื่อไร การวางแผนการตลาดและการทำโปรโมชั่นจะถูกดูแลอย่างฉลาดขึ้นครับ การนำสินค้าล๊อตเก่ามาขายก่อน การจัดหน้าร้านด้วยการหมุนเวียนสินค้าที่ตกค้างอยู่ในคลังสินค้า การขายพ่วง การกระจายสินค้าไปในช่องทางอื่น เช่น เวปไซต์หรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือการจูงใจด้วยการตลาดอื่นๆจะเป็นไปได้อย่างไม่ยากครับ

ลดปัญหาสินค้าปลอมแปลง

ของก๊อบเป็นเรื่องป้องกันยากครับ รูปร่าง ลักษณะ สีสรร มันทำเลียนแบบกันได้หมด ยกเว้นอยู่อย่างหนึ่งที่ก๊อบกันไม่ได้ง่ายๆ … นั่นคือรหัสเฉพาะตัวของสินค้าที่อยู่แท็กอาร์เอฟไอดี (RFID) ถ้าเราจัดการอย่างถูกต้องสินค้าชิ้นนี้ของเราจะรหัสเฉพาะตัวมีเพียงชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใครเลยครับ

ในขณะที่สินค้าปลอมแปลงไม่มีแท็กอาร์เอฟไอดี หรืออาจจะมีแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ว่ารหัสที่ถูกต้องของสินค้าชิ้นนี้คืออะไร เพราะฉะนั้นการตรวจสอบจึงทำได้ง่ายๆ หยิบสินค้ามาดูว่ามีแท็กมั้ย? ถ้าไม่มี — จบ ปลอมชัวร์ ถ้ามีแท็กก็ลองสแกนดู รหัสถูกต้องมั้ย? ถ้าไม่ถูก — จบ ปลอมชัวร์เหมือนกัน

ทิ้งเป็นข้อมูลไว้นะครับ … บางคนสงสัยว่า “อ่าวแล้วเราตรวจสอบด้วยบาร์โค๊ดไม่ได้หรอ?” ในกรณีบาร์โค๊ดใช้ไม่ได้ครับ เพราะใครก็พิมพ์บาร์โค๊ดได้ ปริ้นเตอร์ตัวไหนก็ทำได้ และรหัสมันก็ไม่เฉพาะเจาะจงลงไปที่ระดับสินค้าแต่ละชิ้นด้วย แย่หน่อยนะ

ป.ล. ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งในบทความหลังๆว่าทำไมบาร์โค๊ดถึงไม่มีรหัสเฉพาะตัวให้กับสินค้าแต่ละชิ้นครับ

ลดความสูญเสียจากการที่สินค้าถูกจำหน่ายผิดช่องทาง

เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยๆกับสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางค์ สบู่ แชมพูครับ เราเคยเห็นตามเวปไซต์ขายของทั่วไปหรือตามตลาดนัดว่าแชมพูยี่ห้อนี้ของแท้แต่ราคาถูกกว่าซื้อในห้างอยู่หลายสตางค์ เค้าทำได้อย่างไร?

หนึ่งในวิธีการหลบเลี่ยงตรงนี้คือเริ่มต้นจากการที่มีพ่อค้าคนกลางที่เป็นตัวแทนจำหน่ายไปซื้อแชมพูล๊อตใหญ่จากบริษัทผู้ผลิตโดยในสัญญาระบุว่าสินค้าล๊อตนี้จะต้องถูกวางขายในพื้นที่โซนนี้ (ต่างจังหวัด) เท่านั้น หรือช่องทางการขายนี้ (ห้างสรรพสินค้า) เท่านั้น แต่พ่อค้าหัวหมออยากหารายได้เพิ่ม เค้าก็เลยแอบลักลอบส่งสินค้าล๊อตนี้กลับเข้ามาขายในกรุงเทพผ่านทางร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป ทำให้พ่อค้าคนนี้ได้กำไรส่วนต่างเพิ่มขึ้นเพราะราคาขายในกรุงเทพแพงกว่าต่างจังหวัด

คนที่เสียหายก็คือผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายในกรุงเทพครับ สินค้าเถื่อนทะลักเข้ามา ดีมานด์จึงถูกดูดหายไปเยอะเลย

แล้วอาร์เอฟไอดี (RFID) จะมาช่วยอะไรผู้ผลิตได้หละ? ง่ายๆครับ เพราะการจำหน่ายสินค้าแต่ละล๊อตไปให้ตัวแทนจำหน่ายแต่ละราย เราสามารถบันทึกข้อมูลสินค้ารายชิ้นได้เลยว่าแชมพูหมายเลข 213465789–213493120 ถูกกระจายไปให้ตัวแทนจำหน่ายหมายเลข 2 ซึ่งจะมีสิทธิ์ขายสินค้านี้ได้เฉพาะต่างจังหวัดเท่านั้น

ผู้ผลิตสามารถส่งทีมงานลงไปสุ่มตรวจได้ครับ ถ้ามีสินค้าขายอยู่ตามตลาดนัด ลองหยิบแชมพูขวดนั้นมาสแกนดูครับ ข้อมูลจะโชว์ขึ้นมาเลยว่าแชมพูขวดนี้ถูกขายไปให้ใครและพื้นที่และช่องทางการขายคืออะไร … ถ้ามันไม่ถูกต้องเราก็ไปเอาผิดกับตัวแทนจำหน่ายคนนั้นได้ครับ

ลึกลับซับซ้อนจริงๆ


บทความนี้ขอเริ่มต้นและจบลงที่คำว่า “ลด” นะครับ บทความหน้าผมมาเล่าให้ฟังต่อกับคำว่า “ปรับปรุง” ครับ 🙂

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *