อาร์เอฟไอดี (RFID) และประโยชน์ภาพใหญ่ – ภาคสอง

จากบทความที่แล้วที่เรา “ลด” อะไรลงไปหลายอย่างด้วยการประยุกต์ใช้อาร์เอฟไอดี (RFID) วันนี้มาดูประโยชน์อีกมุมหนึ่งกันครับ … เมื่อเราสามารถ “เพิ่ม” อะไรหลายๆอย่างได้ด้วยเทคโนโลยีตัวนี้

เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรื่องวีเอ็มไอ (VMI) และอีดีไอ (EDI)

วีเอ็มไอย่อมาจาก เวนเดอร์-เมเนจจ์ อินเวนทอรี่ (Vendor-Managed Inventory) … แปลอีกต่อหนึ่งได้ว่าในฐานะเจ้าของร้านหน้าที่ของเราคือเตรียมพื้นที่ขายและทำการตลาดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อของกับเราเยอะๆ ส่วนเรื่องสินค้านั้นเราไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเก็บสต๊อก ไม่ต้องสั่งของ เพราะทุกอย่างจะถูกจัดการโดยเวนเดอร์หรือผู้ผลิตสินค้านั่นเอง

วอลล์มาร์ท (Walmart) คือเจ้าพ่อในโมเดลธุรกิจแบบนี้เลย เค้าว่ากันว่าวอลล์มาร์ทไม่ได้ขายสินค้าแต่เค้าขายพื้นที่วางสินค้าให้กับผู้ผลิตเป็นร้อยเป็นพันรายมาแข่งกันทำตลาดผ่านทางหน้าร้านของวอลล์มาร์ทครับ วอลล์มาร์ทไม่ต้องสต๊อกของ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อของมาเก็บ ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าจะเน่าเสียหมดอายุ ไม่ต้องห่วงเรื่องสินค้าจะไม่พอขาย … ทุกอย่างต้องถูกจัดการอย่างเป็นระบบโดยผู้ผลิต เวนเดอร์ หรือดิสทริบิวเตอร์เอง … วอลล์มาร์ทนั่งนับเงินสบายใจ

อาร์เอฟไอดี (RFID) จะช่วยให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ในกรณีที่เราติดแท็กอาร์เอฟไอดีลงไปที่กล่องหรือลังหรือของสินค้า เมื่อมีการสแกนเราจะได้ข้อมูลกลับมาอย่างรวดเร็ว สินค้าชนิดไหนถูกส่งไปถึงหน้าร้านแล้ว สินค้าประเภทไหนถูกหยิบไปวางบนชั้นสินค้าแล้ว เมื่อรวมกับข้อมูลจากการขายหน้าร้านผ่านระบบพ้อยท์ออฟเซลล์ การส่งต่อข้อมูลทางอิเล็กโทรนิกที่เรียกว่าอีดีไอ (Electronic Data Interchange) จึงเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด เจ้าของร้านและกลุ่มผู้ผลิตก็จะได้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งหมด การจัดการวีเอ็มไอจึงเป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ครับ

เพิ่มความอัตโนมัติเข้าไปในกระบวนการทำงาน

เป็นประโยชน์ที่ชัดเจนชนิดที่แทบไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมครับ การดึงประโยชน์จากอาร์เอฟไอดีแบบสามขั้นตอนตั้งแต่ตรวจจับและติดตาม, การระบุและสรุปผล, และการวิเคราะห์และคาดการณ์คือแนวทางที่ช่วยสร้างระบบการทำงานที่อัตโนมัติให้เราได้ครับ เช่น จากเดิมใช้คนนับสินค้าทีละชิ้น ด้วยอาร์เอฟไอดี (RFID) การนับคือการสแกนที่ทำงานเร็วกว่าเดิมเป็น 100 เท่า หลังจากสแกนแล้วเราก็ยังสามารถระบุรายละเอียดวัตถุแต่ละชิ้นได้ จะจับกลุ่มหรือเปรียบเทียบกันก็ได้ด้วยการกดปุ่มบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเพียงปุ่มเดียว รวดเร็วแบบน่าเหลือเชื่อเลย

เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้า

ข้อนี้ก็ชัดเจนครับ อาร์เอฟไอดี (RFID) เหมือนเป็นเทคโนโลยีที่เกิดมาเพื่อการจัดการคลังสินค้า … ที่ไหนมีสต๊อกที่นั่นจะได้ประโยชน์จากมัน ร้านค้าปลีก ร้านหนังสือ ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีกมากมาย อาร์เอฟไอดี (RFID) ด้วยตัวมันเองจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการสร้างกลุ่มข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าครับ เช่น

  • อะไรอยู่ที่ไหน? คำถามง่ายแต่หาคำตอบยากมากๆ อาร์เอฟไอดี (RFID) ช่วยได้
  • มีเสื้อสีเขียวอยู่กี่ตัว? นี่ก็ถามง่ายๆ … แต่ใครจะนับได้แม่นและเร็วเท่าอาร์เอฟไอดี (RFID) คงไม่มี
  • ฉันควรเก็บสต๊อกกางเกงรุ่นนี้ไว้กี่ตัว? อันนี้ซับซ้อนหน่อย แต่เพราะอาร์เอฟไอดี (RFID) ช่วยให้เราได้ข้อมูลการขายอย่างแม่นยำและทันเหตุการณ์ การคำนวณขนาดของสต๊อกเพื่อสร้างความสมดุลนั้นจึงทำได้อย่างมั่นใจครับ

ตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้นเองที่เราจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้

เพิ่มความสามารถในการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ

อาร์เอฟไอดี (RFID) ถูกสร้างมาเพื่อการติดตาม (Tracking) ครับ เราสามารถรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสินค้าหรือวัตถุแต่ละชิ้นได้อย่างละเอียด เช่น น้ำนมข้าวโพดขวดนี้ถูกผลิตมาจากข้าวโพดจากแปลงของคุณลุงกนก เกษตรกรตัวอย่างจากจังหวัดพะเยา แปลงนี้เริ่มปลูกเมื่อ 19 ม.ค. 60 และเก็บเกี่ยวเมื่อวันที่ 2 เม.ษ. 60 … ส่งมาเข้าโรงงานผลิตน้ำนมที่จังหวัดนครราชสีมาวันที่ 3 เม.ษ. 60 เสร็จออกมาเป็นนมกล่องและถูกส่งมาขายที่ห้างโลตัสสาขารามอินทราเมื่อวันที่ 8 เม.ษ. 60 … ยาวไป

ฟังดูเหมือนเวอร์นะ แต่มันทำได้จริงๆครับ บางคนอาจจะคิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรที่ต้องไปรับรู้เรื่องราวที่มาที่ไปขนาดนั้น … ตอนนี้อาจจะไม่ แต่ในอนาคตเรื่องพวกนี้จะเป็นเรื่องสำคัญในการค้าขายกับต่างประเทศครับ เมื่อกฎหมายกีดกันทางการค้าของฝั่งอเมริกและยุโรปเริ่มเข้มข้นขึ้น … การประมงผิดกฏหมาย การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกสุขลักษณะ การผลิตสินค้าที่ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช่แค่สินค้าและอาหาร ไหนจะเรื่องยาและเครื่องสำอางค์อีก … เยอะ

เพิ่มความดูดีให้กับแบรนด์

สร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นแบรนด์ที่ทันสมัยล้ำหน้า เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำในวงการ … หลายครั้งเรื่องเหล่านี้ก็เป็นการทำตลาดที่ดีเยี่ยมนะครับ อาร์เอฟไอดี (RFID) เป็นเทคโนโลยีที่เกิดมานานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แต่การประยุกต์ใช้กับกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปยังมีน้อยอยู่โดยเฉพาะในประเทศไทย … ใครทำเป็นคนแรก ใครกล้าออกเดินนำหน้านั้นเป็นเรื่องที่มีนัยสำคัญทีเดียวสำหรับการทำแบรนดิ้ง

บางครั้ง “แค่มี” ใช้ก็ได้ใจสื่อและกลุ่มลูกค้าไปแล้วหละครับ ฮ่าๆ


จบสองบทความเกี่ยวกับประโยชน์ในภาพรวมที่ได้จากการประยุกต์ใช้อาร์เอฟไอดีไปแล้วนะครับ … ต่อไปผมจะเริ่มพาเข้าเนื้อหาที่เป็นเชิงเทคนิคครับ เริ่มต้นด้วยจริงๆแล้วอาร์เอฟไอดีมันคืออะไรกันแน่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *